วิ่งไปกลับ 8 โลป้อนข้าวป้อนน้ำแม่-ยาย! จำได้ไหม ‘ด.ญ.วัลลี’ เด็กยอดกตัญญูในตำนาน ยังมีชีวิตอยู่ในวัย 54 ปี.

เมื่อย้อนกลับไปเมื่อ ปี พ.ศ. 2524 หรือเมื่อ 34 ปีที่แล้ว ชื่อของ ‘เด็กหญิงวัลลี’ เป็นที่รู้จักและจำจดของคนทั้งประเทศ จากความกตัญญูที่เธอเลี้ยงดูแม่ ‘นางวิไล ณรงค์เวทย์’

​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​และยายที่ดวงตามืดสนิทช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เพียงลำพัง ขณะที่เธออายุ 12 ปี เรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนวัดโรงธรรม อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม

ต่อมาครูที่โรงเรียนรู้เรื่องราวของ ‘เด็กหญิงวัลลี’ จึงพยายามหาทางช่วยเธอ เรื่องราวความกตัญญูของเธอแพร่ออกไปจนหนังสือพิมพ์ไทยรัฐนำเสนอเรื่องราวชีวิตของเธอ

ทำให้สื่อต่าง ๆ ให้ความสนใจ ‘เด็กหญิงวัลลี’ จึงเป็นที่รู้จักของคนทั้งประเทศ และหลังจากนั้นเรื่องราวของเธอ

ก็ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์และเขียนเป็นหนังสือออกมา

รวมถึงได้รับการช่วยเหลือจากผู้ใจบุญ มูลนิธิต่าง ๆ หน่วยงาน และอีกมากมาย เรียกได้ว่าเธอเป็น เครื่องหมายสุดยอดความกตัญญู ปี 2524 เลยก็ว่าได้

‘เด็กหญิงวัลลี’ เด็กหญิงสายตาสั้นที่ต้องนั่งอยู่แถวหน้าเสมอเพื่อจะได้มองครูสอนได้ชัดเจน ในตอนพักกลางวันของทุกวัน จะไม่มีใครเห็น ‘วัลลี’ กินข้าว

และนั่งเล่นกับเพื่อนเหมือนเด็กคนอื่น เพราะเธอต้องวิ่งกลับบ้านระยะทางหลายกิโลเมตรเพื่อไปป้อนข้าวป้อน

น้ำแม่ รวมทั้งยายจากนั้นเธอก็ต้องวิ่งกลับไปเรียนในช่วงบ่าย

ทุกคนสงสัยกับพฤติกรรมหายตัวไปในตอนพักกลางวันของ ‘วัลลี’ วันหนึ่งคุณครูตัดสินใจติดตามไปดูถึงได้รับรู้ชีวิตของเด็กหญิงยอดกตัญญูคนนี้

​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​จากนั้น ครูที่โรงเรียนวัดทรงธรรม ได้ทราบถึงความกตัญญูของ ‘วัลลี’ ครูจึงพยายามช่วยเหลือ และเรื่องราวของเธอ จึงได้ไปปรากฏในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

และทำให้มีหลายหน่วยงานเข้ามาให้ความช่วยเหลือ พร้อมกับนำเรื่องราวราวของ ‘วัลลี’ ไปสร้างเป็นละคร

โทรทัศน์และภาพยนตร์ โดยเฉพาะภาพยนตร์

เรื่อง ‘วัลลี’ ที่ส่งผลให้ ‘สมฤดี นุ่มอำพันธ์’ ผู้รับบทวัลลี โด่งดังและมีงานเข้ามามากมาย และทำให้ ‘วัลลี บุญเส็ง’ ได้รับฉายาว่า ‘วัลลี ยอดกตัญญู

​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​‘วัลลี’ ได้รับทุนการศึกษา จนสามารถเรียนจบที่วิทยาลัยเทคนิคสมุทรสงคราม แต่เนื่องจากปัญหาสุขภาพของยาย ทำให้ ‘วัลลี’ ตัดสินใจไม่เรียนต่อที่กรุงเทพมหานคร

แต่เลือกเรียนที่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และได้พบรักกับสามีคนปัจจุบัน ซึ่ง ‘วัลลี’ ยอมรับว่า เธอเอง

เรียนไม่จบ เนื่องจากต้องเรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย

เนื่องจากในตอนนั้นเธอกำลังมีลูก โดยในเริ่มแรกวัลลีประกอบอาชีพขายข้าวสาร แล้วจึงหันมาทำอาหารทะเลเมื่อปี 2544 และปัจจุบันเธอมีอายุได้ 54 ปีแล้ว